J หลักการทำงานเครื่องยนต์จักรยานยนต์
1
เครื่องยนต์จักรยานยนต์ทั่วไป
ต้องออกแบบให้มีขนาดกะทัดรัด สมรรถนะสูง ง่ายต่อการบำรุงรักษา และคำนึงถึงสภาวะแวดล้อมเป็นสำคัญ
การทำงานของเครื่องยนต์จักรยานยนต์
4 จังหวะ
1. จังหวะดูด
ก่อนที่ลูกสูบขึ้นถึงตำแหน่งศูนย์ตายบน
(TDC) ประมาณ 300 ลูกเบี้ยวจะกดลิ้นไอดีผ่านกระเดื่องกดลิ้น
ลิ้นไอดีจะเปิดและลูกสูบจะเคลื่อนที่ลงดูดไอดี
เข้าบรรจุในกระบอกสูบลิ้นไอดีเปิดก่อนศูนย์ตายบน
เพื่อให้ไอดีเข้าบรรจุในกระบอกสูบได้มากประสิทธิภาพการบรรจุไอดียิ่งสูง
ยิ่งเพิ่มประสิทธิภาพเครื่องยนต์
2. จังหวะอัด
จังหวะอัดนี้ลิ้นไอดีและลิ้นไอเสียทั้งคู่ปิดสนิท
ลูกสูบเคลื่อนที่ขึ้นหาตำแหน่งศูนย์ตายบน ไอดีถูกอัดให้มีปริมาตรลดลงประมาณ 8 : 1 - 10 : 1 อุณหภูมิประมาณ
400 - 6000 ซ. ความดัน 14 - 18
กก./ซม.2 เบนซินที่มีอัตราอัดสูง
มีความเสี่ยงเครื่องยนต์ทำงานน็อก
3. จังหวะงาน
ก่อนที่ลูกสูบจะขึ้นถึงตำแหน่งศูนย์ตายบนเพียงเล็กน้อย
หัวเทียนจะจุดประกายไฟเพื่อเผาไหม้ไอดีที่ถูกอัด ทำให้เกิดแก๊สขยายตัว ความดันประมาณ 40 - 600 กก./ซม.2
ดันหัวสูบให้ลูกสูบเคลื่อนที่ลง กำลังที่ได้จะส่งถ่ายไปยังเพลาข้อเหวี่ยง
ทำให้เพลาข้อเหวี่ยงหมุนรอบตัว เป็นการเปลี่ยนพลังงานความร้อนเป็นพลังงานกล การจุดประกายไฟก่อนศูนย์ตายบน
เพื่อให้เกิดการเผาไหม้เต็มที่ที่ศูนย์ตายบน
ความดันแก๊สเผาไหม้ประมาณ 2,000 -
2,5000 ซ.ม.
4. จังหวะคาย
ลูกเบี้ยวจะกดลิ้นผ่านกระเดื่องกดลิ้น
ไอเสียเริ่มเปิดที่ 590 ก่อนถึงศูนย์ตายล่าง (BDC) ลูกสูบจะผลักดันไอเสียให้ออกไปอย่างรวดเร็ว เพื่อบรรจุไอดีเข้าแทนในจังหวะดูดต่อไปลิ้นไอเสียเปิดก่อนถึงศูนย์ตายล่างเพื่อให้คายไอเสียออกได้สะดวก
การทำงานของเครื่องยนต์เบนซิน 4
จังหวะครบ 1 วัฏจักร คือ ดูด - อัด - งาน - คาย เครื่องยนต์ หมุน 2 รอบ = 2700
หรือลูกสูบเครื่องยนต์ขึ้นลงอย่างละ 2 ครั้ง เรียกว่า 1 วัฏจักร