วันอาทิตย์ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

มอไซต์

J    หลักการทำงานเครื่องยนต์จักรยานยนต์ 1       
                    เครื่องยนต์จักรยานยนต์ทั่วไป ต้องออกแบบให้มีขนาดกะทัดรัด สมรรถนะสูง ง่ายต่อการบำรุงรักษา  และคำนึงถึงสภาวะแวดล้อมเป็นสำคัญ 
การทำงานของเครื่องยนต์จักรยานยนต์ 4 จังหวะ
1.  จังหวะดูด  ก่อนที่ลูกสูบขึ้นถึงตำแหน่งศูนย์ตายบน (TDC) ประมาณ 300 ลูกเบี้ยวจะกดลิ้นไอดีผ่านกระเดื่องกดลิ้น ลิ้นไอดีจะเปิดและลูกสูบจะเคลื่อนที่ลงดูดไอดี   เข้าบรรจุในกระบอกสูบลิ้นไอดีเปิดก่อนศูนย์ตายบน  เพื่อให้ไอดีเข้าบรรจุในกระบอกสูบได้มากประสิทธิภาพการบรรจุไอดียิ่งสูง ยิ่งเพิ่มประสิทธิภาพเครื่องยนต์
2.  จังหวะอัด  จังหวะอัดนี้ลิ้นไอดีและลิ้นไอเสียทั้งคู่ปิดสนิท  ลูกสูบเคลื่อนที่ขึ้นหาตำแหน่งศูนย์ตายบน  ไอดีถูกอัดให้มีปริมาตรลดลงประมาณ  8 : 1 - 10 : 1 อุณหภูมิประมาณ 400 - 6000 ซ.  ความดัน 14 - 18 กก./ซม.2   เบนซินที่มีอัตราอัดสูง มีความเสี่ยงเครื่องยนต์ทำงานน็อก
3.  จังหวะงาน  ก่อนที่ลูกสูบจะขึ้นถึงตำแหน่งศูนย์ตายบนเพียงเล็กน้อย  หัวเทียนจะจุดประกายไฟเพื่อเผาไหม้ไอดีที่ถูกอัด  ทำให้เกิดแก๊สขยายตัว ความดันประมาณ  40 - 600 กก./ซม.2 ดันหัวสูบให้ลูกสูบเคลื่อนที่ลง กำลังที่ได้จะส่งถ่ายไปยังเพลาข้อเหวี่ยง ทำให้เพลาข้อเหวี่ยงหมุนรอบตัว เป็นการเปลี่ยนพลังงานความร้อนเป็นพลังงานกล  การจุดประกายไฟก่อนศูนย์ตายบน เพื่อให้เกิดการเผาไหม้เต็มที่ที่ศูนย์ตายบน  ความดันแก๊สเผาไหม้ประมาณ  2,000 - 2,5000  ซ.ม.
4.  จังหวะคาย   ลูกเบี้ยวจะกดลิ้นผ่านกระเดื่องกดลิ้น ไอเสียเริ่มเปิดที่ 590  ก่อนถึงศูนย์ตายล่าง  (BDC)  ลูกสูบจะผลักดันไอเสียให้ออกไปอย่างรวดเร็ว  เพื่อบรรจุไอดีเข้าแทนในจังหวะดูดต่อไปลิ้นไอเสียเปิดก่อนถึงศูนย์ตายล่างเพื่อให้คายไอเสียออกได้สะดวก

การทำงานของเครื่องยนต์เบนซิน 4 จังหวะครบ 1 วัฏจักร คือ ดูด - อัด - งาน - คาย เครื่องยนต์ หมุน 2 รอบ = 2700 หรือลูกสูบเครื่องยนต์ขึ้นลงอย่างละ 2 ครั้ง เรียกว่า 1 วัฏจักร